สงครามแห่ง Agentic AI: OpenAI Deep Research ปะทะ Google Gemini 2.0

สงครามแห่ง Agentic AI: OpenAI Deep Research ปะทะ Google Gemini 2.0

ในช่วงต้นปี 2025 การแข่งขันของ Agentic AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์ ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของวงการเทคโนโลยี

ทั้ง OpenAI และ Google ต่างแสดงพลังของผลิตภัณฑ์ตัวเองออกมา ได้แก่ Deep Research และ Gemini 2.0 เรามาดูรายละเอียดแต่ละตัวกันครับ

Deep Research: Agentic AI ทำวิจัย จาก OpenAI

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2025 OpenAI ได้ประกาศเปิดตัว Deep Research ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน ChatGPT ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติวงการวิจัยออนไลน์ ด้วยความสามารถในการค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตอย่างอัตโนมัติ

Deep Research ช่วยให้งานวิจัยที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสำเร็จได้ภายในไม่กี่นาที พร้อมทั้งแสดงขั้นตอนการคิดและอ้างอิงแหล่งข้อมูลได้อย่างโปร่งใส

สิ่งที่ทำให้ Deep Research โดดเด่นคือความสามารถในฐานะเครื่องมือ Agentic AI ที่สามารถดำเนินการวิจัยได้อย่างอิสระและชาญฉลาด ซึ่งความเป็น Agentic AI ของ Deep Research ช่วยให้ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานที่ปกติใช้เวลามากๆ (เป็นวันๆ) ให้เหลือไม่ถึงชั่วโมง แต่ยังเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในกระบวนการวิจัยให้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

Agentic AI คืออะไร?

Agentic AI หมายถึงระบบ AI ที่มีความสามารถในการตัดสินใจและดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องการการควบคุมจากมนุษย์ตลอดเวลา ความสามารถนี้ทำให้ Agentic AI สามารถวางแผน ค้นหา ปรับเปลี่ยน และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น Deep Research สามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และสังเคราะห์ข้อมูลให้กลายเป็นรายงานที่พร้อมใช้งาน

ซึ่งในกรณีของ Deep Research ระบบสามารถ:

  • วางแผนการวิจัยและกำหนดขั้นตอนการทำงานได้เอง
  • ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ และสังเคราะห์ผลลัพธ์ได้อย่างครบวงจร
  • ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามข้อมูลใหม่หรืออุปสรรคที่พบระหว่างกระบวนการ

ใครสนใจดู Demo ของ OpenAI Deep Researchลองดูได้ที่นี่

ผลการทดสอบ Benchmark: Deep Research ทำคะแนนได้ 26.6% ใน Humanity’s Last Exam ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในกลุ่ม AI รุ่นใหม่ที่ทดสอบความสามารถในการตอบคำถามระดับผู้เชี่ยวชาญ (แม้ว่าอาจยังมีข้อจำกัด คือ บางครั้งยังมี Hallucinationอาจสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และงานที่ซับซ้อนอาจใช้ เวลาประมวลผล มากกว่า 30 นาที)

การเข้ากและข้อจำกัดของ Deep Research

ณ ขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ OpenAI Deep Research เปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้ ChatGPT Pro เท่านั้น โดยมีค่าใช้จ่าย $200 ต่อเดือน และจำกัดการใช้งานเพียง 100 คำขอต่อเดือน อย่างไรก็ตาม OpenAI มีแผนที่จะขยายการเข้าถึงฟีเจอร์นี้ให้กับผู้ใช้ระดับ Plus, Team และ Enterprise ในอนาคต

แก้ไข ณ 26 ก.พ. 2568 : OpenAI เปิดให้คนใช้ Plus User สามารถใช้ได้ 10 ครั้งต่อเดือน ส่วน ChatGPT Pro ได้ 120 ครั้งต่อเดือนแล้วครับ

ผู้ใช้สามารถใช้งาน Deep Research ได้โดยเลือกโหมด “Deep Research” ในหน้าต่างสนทนาและป้อนคำถามหรืออัปโหลดไฟล์ เช่น PDF หรือสเปรดชีต เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล กระบวนการนี้ใช้เวลาระหว่าง 5-30 นาที โดยผลลัพธ์จะเป็นรายงานที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขได้

การเลือกชื่อ Deep Research: การประลองกับ Google?

ชื่อ Deep Research ของ OpenAI ดูเหมือนจะตั้งใจให้ฟังดูทรงพลังและมีความหมายในเชิงแข่งขันกับ “ฟีเจอร์ชื่อเดียวกัน” ของ Google ที่ออกมาให้ใช้ปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีให้ใช้อยู่ใน Gemini Advanced

การตั้งชื่อเดียวกันนี้สร้างความน่าสนใจและกระตุ้นการเปรียบเทียบระหว่างสองยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่างชัดเจน เหมือนเป็นการส่งข้อความลับ ๆ ว่า “ถ้าคุณคิดว่า Deep Research ของ Google ล้ำหน้า ลองมาดู OpenAI ก่อน!” เป็นการประลองเชิงสร้างสรรค์ที่น่าจับตามองว่าจะจบลงอย่างไร

OpenAI Operator

นอกจาก Deep Research แล้ว จริงๆ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา OpenAI ยังได้มีการเปิดตัว Operator ซึ่งเป็นระบบ Agentic AI ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ใช้ในการทำงานออนไลน์ต่าง ๆ Operator สามารถดำเนินการบนเว็บเบราว์เซอร์ เช่น กรอกแบบฟอร์ม สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และสร้างมีม โดยทำงานแทนผู้ใช้ด้วยการคลิก เลื่อนหน้า และพิมพ์ข้อมูล ซึ่งช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซากและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอน Research Preview เท่านั้น

การเปิดตัว Operator แสดงถึงความมุ่งมั่นของ OpenAI ในการพัฒนาระบบ Agentic AI ที่สามารถดำเนินการได้อย่างอิสระและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซาก แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

ด้วยการเปิดตัว Operator และ Deep Research ทำให้ OpenAI ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในด้าน Agentic AI อย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ OpenAI ก็มีประกาศ Rebrand พวก Logo ด้วยนิดหน่อย ใครสนใจโหลด Logo ใหม่เข้าไปได้เลย

Gemini 2.0: การตอบรับจาก Google ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเข้าสู่ยุค Agentic AI

Google ได้ตอบสนองต่อการแข่งขันนี้ด้วยการอัปเดตใหม่ในโมเดล AI ตระกูล Gemini 2.0 ซึ่งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2025 ได้เปิดเป็น General Availability คือให้ทุกคนสามารถใช้ได้แล้ว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่พัฒนาจาก Gemini 1.5 สู่ระบบที่มีความเป็น Agentic AI มากขึ้น โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการวิเคราะห์และความยืดหยุ่นในการใช้งาน

Gemini 2.0 แบ่งออกเป็นสามรุ่นหลัก:

  1. Gemini 2.0 Flash-Lite:
    • ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงในด้านต้นทุนและความเร็ว
    • รองรับบริบทขนาด 1 ล้านโทเค็น
    • เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปในต้นทุนต่ำมาก และมี Free Tier ให้ใช้
      • Input: $0.075 ต่อ 1 ล้านโทเค็น (สำหรับข้อความ / รูปภาพ / วิดีโอ / เสียง)
      • Output: $0.30 ต่อ 1 ล้านโทเค็น (สำหรับข้อความ)
  2. Gemini 2.0 Flash:
    • เน้นการประมวลผลข้อมูลปริมาณมากและงานมัลติโหมด (multimodal reasoning)
    • ค่าใช้จ่ายถูก และมี Free Tier ให้ใช้
      • Input: $0.10 ต่อ 1 ล้านโทเค็น (สำหรับข้อความ / รูปภาพ / วิดีโอ), $0.70 ต่อ 1 ล้านโทเค็น (สำหรับเสียง)
      • Output: $0.40 ต่อ 1 ล้านโทเค็น (สำหรับข้อความ)
  3. Gemini 2.0 Pro Experimental:
    • โดดเด่นในการเขียนโค้ดและการแก้ปัญหาซับซ้อน
    • รองรับบริบทสูงถึง 2 ล้านโทเค็น พร้อมฟีเจอร์เรียกใช้ Google Search และการประมวลผลโค้ด

โมเดลเหล่านี้พร้อมใช้งานแล้วในฐานะโมเดลทดลองสำหรับนักพัฒนาใน Google AI Studio และ Vertex AI และบางส่วนยังเปิดให้ผู้ใช้ Gemini Advanced สามารถเลือกใช้งานได้ในเมนูเลือกโมเดลทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ

ซึ่งตอนนี้คนใช้งานทั่วไปก็สามารถเลือกใช้ Model เจ๋งๆ อย่าง Gemini 2.0 Flash และ Pro Experimental ได้เลยตามรูปครับ

บทสรุป: ใครจะเป็นผู้นำยุค Agentic AI?

การแข่งขันระหว่าง OpenAI และ Google ในด้าน Agentic AI ได้สร้างความตื่นเต้นในวงการเทคโนโลยี โดย OpenAI มุ่งเน้นการพัฒนาระบบที่สามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระด้วยความแม่นยำสูงสุด ขณะที่ Google พยายามสร้างโมเดลที่คุ้มค่าและครอบคลุมการใช้งานหลากหลายประเภท

สงครามครั้งนี้ไม่เพียงผลักดันให้ทั้งสองบริษัทพัฒนานวัตกรรมใหม่ แต่ยังแสดงถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ Agentic AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราอย่างแท้จริง โลกของ AI กำลังเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเรากำลังยืนอยู่ในจุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยี!

อ้างอิง

CEO, วิทยากร at  | Website |  + posts

วิทยากร Excel, Power BI, AI Automation
เจ้าของเพจ ThepExcel และ AI Angel Gallery
Founder ThepExcel Co., Ltd.
Co-founder Sagademy Co., Ltd.

Leave a Comment

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *