Ghibli Fever และ DNA ของมนุษย์ผู้ไม่เคยหยุดวาดฝัน: เมื่อ GenAI กลายเป็นพู่กันที่ทุกคนมี

Ghibli Fever และ DNA ของมนุษย์ผู้ไม่เคยหยุดวาดฝัน: เมื่อ GenAI กลายเป็นพู่กันที่ทุกคนมี

Ghibli Fever และ DNA ของมนุษย์ผู้ไม่เคยหยุดวาดฝัน: เมื่อ GenAI กลายเป็นพู่กันที่ทุกคนมี

โลกที่เต็มไปด้วย Ghibli

ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถ้าใครเลื่อนฟีดโซเชียลบ่อย ๆ คงจะสังเกตได้ถึงกระแสภาพวาดตัวเองในเวอร์ชั่น “จิบิ” หรือ “จิบลิ” ที่ระบาดไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตัวเองในลุคนักเรียนญี่ปุ่น ตัวเองในร่างอัศวินหญิง หรือแม้แต่ตัวเองแบบ AI ในรูปแบบต่างๆ  — แค่พิมพ์ prompt ลงใน ChatGPT 4o  ก็สามารถเห็นเวอร์ชั่นแฟนตาซีของตัวเองในไม่กี่วินาที

แต่นี่ไม่ใช่แค่กระแสภาพน่ารักเล่น ๆ แต่มันคือปรากฏการณ์ที่บอกเราว่า:

“มนุษย์ไม่เคยหยุดวาดฝัน — แค่เครื่องมือก่อนหน้านี้ มันยังไม่ดีพอเท่านั้นเอง”

GenAI = พู่กันของยุคใหม่

ก่อนหน้านี้ แม้เราจะมีเครื่องมือสร้างภาพอย่าง Midjourney หรือ Stable Diffusion แต่ก็ยังต้องใช้ทักษะสูง หรือเสียเงิน พอ ChatGPT 4o ( หรือ Gemini 2.0 Flash  Image Generation experimental หรือ Grok ) มาพร้อมความสามารถ text-to-image ที่ “เข้าใจมนุษย์” มากขึ้น ใช้งานง่าย และให้ผลลัพธ์สวยงามมากขึ้น มันก็เลยไปกระตุกเส้นบางอย่างในจิตใจมนุษย์ให้ปะทุขึ้นมา

“”Every child is an artist. The problem is how to remain an artist once we grow up.” – Pablo Picasso

“มนุษย์ทุกคนต่างเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็ก ปัญหาคือเราจะรักษาความเป็นศิลปินนั้นไว้ได้อย่างไรเมื่อเราโตขึ้น” – ปาโบล ปิกัสโซ”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI ไม่ได้แค่มาช่วยทำงาน แต่มาช่วยให้เรารู้สึกว่า “เราเป็นเจ้าของจินตนาการของตัวเองได้” อย่างแท้จริง

Ghibli Processing Unit: เมื่อ AI ทำให้ความฝันดูน่ารักขึ้น

ช่วงที่กระแสภาพจิบิพุ่งถึงขีดสุด มีม ๆ ก็เริ่มโผล่ขึ้นเต็มฟีด หนึ่งในมีมที่ถูกแชร์มากที่สุดคือภาพ Einstein เวอร์ชั่นการ์ตูนสไตล์ Ghibli ยืนอยู่หน้ากระดานดำ พร้อมคำว่า:

  • GPU = Ghibli Processing Unit
  • GPT = Ghibli Production Tools
  • AGI = All Ghibli Images

มุกนี้ไม่ได้แค่ขำ แต่มันสะท้อนความเปลี่ยนผ่านของยุคจากโลกที่เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคเย็นชา → สู่โลกที่เต็มไปด้วยพลังของการเล่น การฝัน และความรู้สึกเป็นเจ้าของภาพตัวเองในแบบที่โลกจริงไม่มีให้

Remix ตัวตน: ฉันในโลกที่เบากว่าเดิม

ภาพ Ghibli หรือ Chibi ที่คนสร้างกันมากมาย ไม่ได้แค่เพราะมันน่ารัก แต่มันคือพื้นที่ของการรีมิกซ์ตัวตน — ฉันเวอร์ชั่นที่ฉันเลือกเอง ฉันที่ไม่เครียดเท่าโลกจริง ฉันที่ควบคุมได้ ฉันที่เป็นตัวเอก

“The chief enemy of creativity is ‘good’ sense.” – Pablo Picasso

” ศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์ คือ ‘สามัญสำนึก’ “

​ในช่วงที่ผ่านมา มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างภาพในสไตล์ของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา​

การดำเนินการทางกฎหมายโดยสตูดิโอจิบลิ

สตูดิโอจิบลิได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ในการสร้างภาพลายเส้นสไตล์จิบลิโดยไม่ได้รับอนุญาต ทนายความของสตูดิโอได้ส่งจดหมายถึงผู้พัฒนาแอปดังกล่าว โดยระบุว่า​

“สตูดิโอจิบลิเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสไตล์การออกแบบภาพ รูปลักษณ์ตัวละคร องค์ประกอบตามธีม และเครื่องหมายการค้า” 

จดหมายดังกล่าวสั่งให้ผู้พัฒนาแอปลบแอปออกจากทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงลบสื่อการตลาดที่อ้างอิงถึงสตูดิโอจิบลิทั้งหมด​

ความเห็นของฮายาโอะ มิยาซากิ

ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้กำกับชื่อดังของสตูดิโอจิบลิ ได้แสดงความไม่พอใจต่อการใช้ AI ในงานศิลปะ ในปี 2016 เขาเคยกล่าวว่า​

“ผมรู้สึกว่านี่เป็นการดูถูกชีวิตอย่างมาก” ​

คำพูดนี้สะท้อนถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานศิลปะ​

การตอบสนองของ OpenAI

OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ได้มีการจำกัดการสร้างภาพในสไตล์ของศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ยังอนุญาตให้สร้างภาพในสไตล์ของสตูดิโอหรือแนวทางที่กว้างขึ้นได้ ​

ข้อกังวลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และจริยธรรม

การใช้ AI เพื่อสร้างภาพในสไตล์ของสตูดิโอจิบลิได้จุดประเด็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และจริยธรรมในการใช้ผลงานของศิลปิน ศิลปินหลายคนแสดงความกังวลว่าการใช้ AI ในลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่ออาชีพและคุณค่าของงานศิลปะที่สร้างโดยมนุษย์ ​

สตูดิโอจิบลิเองยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่การดำเนินการทางกฎหมายและความเห็นของฮายาโอะ มิยาซากิ แสดงให้เห็นถึงความกังวลที่มีต่อการใช้ AI ในการสร้างสรรค์งานศิลปะในสไตล์ของพวกเขา

บทส่งท้าย: AI ไม่ได้แค่ช่วยเราทำงาน มันกำลังช่วยเราวาดฝันใหม่อีกครั้ง

เรากำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้เรารู้สึกไกลออกไปจากตัวเอง แต่มันทำให้เราเข้าใกล้เวอร์ชั่นของตัวเองที่เราหวังไว้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Ghibli, Chibi หรือชื่ออะไรก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ว่า:

“วันนี้ ฉันสร้างโลกเล็ก ๆ ของฉันเองได้แล้ว — และมันน่ารักมากด้วยสิ”

แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญใบนี้ ยังมีเสียงของศิลปินผู้สร้างลายเส้นต้นฉบับ ที่กำลังรู้สึกว่าผลงานของตนกำลังถูก “ยืมไปใช้” โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งจากแอปพลิเคชัน AI หรือผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่รู้เท่าทันเรื่องลิขสิทธิ์

เจ้าของลายเส้นไม่ได้รับเครดิต ไม่ได้รับค่าตอบแทน และที่สำคัญที่สุด…ไม่ได้รับความเคารพต่อแรงงานสร้างสรรค์ของพวกเขา

ในยุคที่ AI กลายเป็นพู่กันของทุกคน — เราอาจต้องตั้งคำถามใหม่ว่า:

เราจะวาดฝันอย่างไร โดยไม่ลบเลือนตัวตนของศิลปินคนอื่น?

บทสนทนาเรื่องลิขสิทธิ์ในโลกของ AI ยังต้องถูกผลักดันอีกมาก และนั่นอาจเป็นภารกิจต่อไปของพวกเราทุกคน — เพื่อให้โลกใบใหม่ที่เราสร้างร่วมกับ AI ไม่ใช่แค่โลกที่น่ารัก แต่ยังเป็นโลกที่ยุติธรรมด้วย

“Good artists copy; great artists steal.” – Pablo Picasso

“ศิลปินที่ดีลอกเลียนแบบ แต่ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ขโมยอย่างมีศิลปะ” – ปาโบล ปิกัสโซ

คำพูดของ Picasso อาจฟังดูย้อนแย้ง แต่มันกระตุ้นให้เราคิด: ในโลกของ GenAI ที่ทุกอย่างรีมิกซ์ได้ภายในไม่กี่วินาที — เส้นแบ่งระหว่างแรงบันดาลใจกับการลอกเลียนมันบางแค่ไหนกันแน่?


เขียนโดย: ปัญจพัฒน์ เกรียงวีระยุทธ ( Realtify AI : For positive Impact )
ผู้เขียนประจำเว็บไซต์ SWENIA และผู้หลงใหลในพรมแดนระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์

Generative AI Maker at  | Website |  + posts
Leave a Comment

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *